เกษตรออนไลน์

ทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร


แบล็คแคล ปุ๋ยธาตุรอง Ca + Mg + S + Humic + Fulvic

 แบล็คแคล

“แบล็คแคล”


สุดยอดธาตุรองรวมอาหารเสริมในตัว

ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ใช้ร่วมกัน ลดต้นทุน

สมบูรณ์ที่สุด !!!

แบล็คแคล.

ธาตุอาหาร และฮอร์โมนรวมผสมพิเศษ

แคลเซียม 15% + แมกนีเซียม 5% + กำมะถัน 10%
+ ฮอร์โมนรวม + ~Humic + Fulvic

* แตกต่างกับสารปรับปรุงดินทั่วไปในตลาด
แบล็คแคลใช้น้อยกว่า ได้ผลชัดเจนกว่า และไม่ทำให้ดินเสีย
เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของปูน (ซึ่งจะทำให้ดินแข็ง)

อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
จุลธาตุ ฮอร์โมน และสารที่ให้ประโยชน์
ใช้รองก้นหลุม และใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม
เพิ่ม และปรับปรุงคุณภาพดิน
แก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม ดินกรด ดินเค็ม
ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่จับตัวแข็ง ต่างจากปูนชนิดอื่น

* ผสมปุ๋ยเคมีทุกชนิด ไม่เยิ้ม ไม่ตัน ไม่ติดท่อ
ผสมแล้วใช้ไม่หมด ปิดปากถุง เก็บไว้ใช้ได้
ได้ฝนครั้งเดียว ละลายทันที

ใช้ได้ทุกช่วง โดยเฉพาะช่วงเตรียมดิน
ช่วงเพาะเมล็ด และช่วงให้ผลผลิต

ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทั้งผัก ผลไม้
พืชไร่ นาข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน

อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน จุลธาตุ ฮอร์โมนจำนวนมาก
และสารที่ให้ประโยชน์ ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต และรักษาสิ่งแวดล้อ

สินค้าจากงานวิจัย ทดลองและทดสอบ
รวมถึงเสนอผลงานวิจัยในงานเกษตรแห่งชาติ
ถูกต้องตามหลักวิชาการ 100%

ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม ละลายน้ำได้ดีมาก ใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไข
สภาพดินเค็ม  และดินเปรี้ยว โดยเฉพาะดินเค็มได้เป็นอย่างดี

ไม่ทำให้ดินแข็ง และสามารถแทรกซึมลงสู่ดินชั้นล่าง
แทรกซึมถึงเขตรากพืชได้มากกว่า

http://sphotos-d.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/486071_431281536944640_1572181589_n.jpg http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/601636_382654325140695_1319005981_n.jpg http://sphotos-b.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/39299_395339197205541_1140779246_n.jpg

http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/404729_394275297311931_310544491_n.jpg  http://sphotos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/523216_303350073071121_892313837_n.jpg http://sphotos-d.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/420451_271623672910428_811998104_n.jpg

http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/418812_374059946000133_1489670847_n.jpg http://sphotos-g.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/226309_367900503282744_1787021355_n.jpg

http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/562802_367553456650782_512798901_n.jpg http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/418318_366348993437895_489538985_n.jpg http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/576687_345205478885580_1886094698_n.jpg

http://sphotos-d.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/185081_346627972076664_768475889_n.jpg http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/282212_345206495552145_1498171624_n.jpg  http://sphotos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/154795_311974105542051_473339043_n.jpg

———————————————————————–

ขุดหัวมันฝรั่ง ไร่ละ 5 ตันเหนาะ ๆ

จากคุณโต้ง ต.หลงปง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

“หัวใหญ่ ได้น้ำหนัก ได้เกรด ผลผลิตดีมาก”

http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-frc1/733774_451799904892803_44123158_n.jpg http://sphotos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/544153_451799818226145_380101765_n.jpg

http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/487306_431286550277472_538482853_n.jpg http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/25970_431286600277467_1134732566_n.jpg

———————————————————————–

พ่อเลี้ยงเทศ สมาชิกสภาเทศบาล ชัยปราการ
ฟื้นต้นสวนลำใย และเก็บผลผลิตรอบแรกไปแล้ว

http://sphotos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/205531_407782219294572_882006447_n.jpg http://sphotos-g.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/547002_395512273854900_506500009_n.jpg

———————————————————————–

แปลงข้าว กข.31

เมล็ดเต็ม น้ำหนักดี

 

1888706_638506596222132_1608936369_n

http://sphotos-d.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/546776_415804828492311_1221978396_n.jpg

http://sphotos-c.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/552152_373069336099194_458471968_n.jpg http://sphotos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/522558_415804848492309_739363840_n.jpg

———————————————————————–

“แบล็คแคล” ธรรมชาติ 100%

หาซื้อได้ที่ร้านค้าเคมีเกษตร ร้านปุ๋ยยา หรือวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศ
สนใจสินค้า หรือเป็นตัวแทนจำหน่าย ติดต่อโดยตรง
คุณธนากร คุ้มตรีทอง
โทร 0811979878
มีนักวิชาการทุกเขตในประเทศไทย
เพื่อคอยจัดประชุม แนะนำสินค้า และทำการทดลอง

ปุ๋ยเคมีตราน้ำดอกไม้
35-5-0 * สูตรพิเศษ คุณภาพเต็ม ได้ผลดี
17-17-17 * สูตรเสมอสูตรสูง เต็มแน่นอน
13-13-21
20-8-20
16-16-8
29-5-18
15-15-15
16-8-8
30-0-0
20-10-12
16-20-0

ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราดอกโชค
7-3-8
8-7-0
8-3-3

ปุ๋ยอินทรีย์ตราน้ำดอกไม้
มาตรฐานกรมวิชาการเกษตร อินทรีย์วัตถุ 20%
มาตรฐานกรมพัฒนาที่ดิน อินทรีย์วัตถุ 30%

สารปรับปรุงดิน
แบล็คแคล
ยิปซัมผง,เม็ด
โดโลไมท์ผง,เม็ด
ลีโอนาร์ไดท์ผง,เม็ด
เบนโทไนท์
ปุ๋ยอินทรีย์ผงสำหรับปั้นเม็ด

สนใจติดต่อสอบถามเขตการขาย และราคาได้ที่
คุณธนากร 0811979878

ปัญหาความยากจนของเกษตรกร

ที่มาและจุดเริ่มต้นของปัญหา
สำหรับสาเหตุปัญหาสำคัญของความยากจนในภาคเกษตรของไทย คือ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ และการบริหารจัดการ ปัญหาเรื่องทุน และโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะที่ทำกิน การพัฒนาดิน และน้ำ ซึ่งยังพบว่าไม่เพียงพอ  จึงเป็นสิ่งที่ทำให้การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยยังล่าช้าปัจจุบันจะพบว่าเกษตรกรส่วนมากมักยากจน และส่วนใหญ่มักมีหนี้สินมากมาย โดยเฉพาะชาวนา  ทั้งที่ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศเกษตรกรรมและได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่ง แต่เหตุใดชาวนาไทยเหล่านี้ยังคงเป็นหนี้เป็นสินอยู่ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะต้นทุนการผลิต  หรือการใช้สารเคมีในนาข้าวทำให้ได้ผลิตไม่ดีเท่าที่ควร  แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ  เพราะภาครัฐมีหน้าที่ส่งเสริมและให้การดูแลเกษตรกร  นโยบายต่างๆของรัฐในปัจจุบันนี้ไม่เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรมากเท่าที่ควร  ทำให้อาชีพเกษตรกรนั้นถือเป็นอาชีพสำคัญที่ถูกละเลย
ปัญหาที่พบกันอยู่เสมอแต่ไม่เคยมีใครคิดจะแก้ไขสักทีนั่นก็คือปัญหาพ่อค้าคนกลาง  ราคาที่พ่อค้าคนกลางได้รับจากเกษตรกรนั้นเป็นราคาที่ต่ำมาก แต่กลับไปขายต่อได้ในราคาที่สูง  ส่วนต่างจำนวนมากนี้ทำให้กำไรเกือบจะทั้งหมดตกไปอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง  ซึ่งเป็นการไม่ยุติธรรมอย่างมาก  ทั้งที่เกษตรกรต้องลำบากดูแลพืชผล แต่กลับได้ผลตอบแทนน้อยนิดจนบางครั้งเกือบจะขาดทุนด้วยซ้ำ  แต่พ่อค้าคนกลางซึ่งมีหน้าที่แค่รับซื้อและนำไปขายต่อกลับได้กำไรจำนวนมหาศาล  ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง  สวนมะม่วงขายมะม่วงน้ำดอกไม้ในราคากิโลกรัมละ 7 บาท จนถึงประมาณ 10 บาท แล้วแต่คุณภาพ  แต่ราคาที่พ่อค้าคนกลางนำไปขายต่อในตลาดนั้นคือ กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 20 บาท  ประมาณว่ามีกำไรกิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งถือว่าพ่อค้าคนกลางกำไรเท่าตัวเลยทีเดียว
แม้รัฐบาลมีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรหลายอย่าง  แต่การประกันราคานั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เกษตรกรมีกำไรมากขึ้น  ดังจะเห็นได้จากเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ยังคงเป็นหนี้สินจนถึงปัจจุบัน แต่พ่อค้าคนกลาง เจ้าของโรงสี กลับมีกำไรเป็นกอบเป็นกำ  ดังจะเห็นได้จากการส่งออกข้าวของไทยที่มีกำไรนับล้าน  แต่เกษตรกรที่ปลูกข้าวอยู่ในประเทศไทยกลับมีหนี้สินเกือบแสน  ทั้งนี้เนื่องจากราคาที่ประกันนั้นยังคงต่ำอยู่มาก ทำให้พ่อค้าคนกลาง เจ้าของโรงสี ผู้ประกอบการอื่นๆ นำไปขายในราคาที่แพงกว่าที่รับมามาก  ทำให้ได้รับกำไรอย่างมหาศาล แต่หากราคาพืชผลเหล่านี้ยังคงต่ำอยู่ หรือถูกพ่อค้าคนกลางเอารัดเอาเปรียบอยู่เช่นนี้  ก็หนีไม่พ้นที่เกษตรกรจะกลับไปกู้หนี้ยืมสินอีกครั้ง  และรัฐบาลก็คงต้องตามแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สภาพปัญหาในปัจจุบัน
1. ครอบครัวเกษตรกร
1.1 มีความรู้ต่ำ ซึ่งหัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่จบชั้นศึกษาภาคบังคับ
1.2 มีภาวะหนี้สิน
1.3 บางส่วนติดอบายมุขและการพนัน
1.4 รายได้น้อยแต่มีค่าใช้จ่ายสูง
1.5 มีการอพยพย้ายถิ่นมาก
1.6 สภาพการตลาดและราคาผลผลิตไม่จูงใจในการผลิต
2. ผู้นำชุมชน
ผู้นำบางส่วนมีความรู้วิสัยทัศน์แคบเพราะมีระดับการศึกษาต่ำ และส่วนใหญ่มีอายุมาก
ขาดภาวะการเป็นผู้นำที่ดีและไม่เข้าถึงแหล่งความรู้ มีภาระงานมาก – ทั้งงานทางราชการจากทุกกระทรวง – ไม่พัฒนาสมาชิกและครอบครัวของตนเองบางส่วนไม่เสียสละแต่ทำงานเพื่อตนเอง ครอบครัวและวงษาคณาญาติ  ไม่มีวาระ หรือหมุนเวียนการทำงาน ให้ความนับถือกันตามระบบอาวุโส และมีความเกรง ใจกัน

3. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร
ขาดทักษะการสอนและการถ่ายทอดความรู้ เพราะไม่ได้รับการฝึกอบรมอย่างจริงจังเรื่องการเรียนการสอนขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับการฝึกฝนอบรมเพื่อการเพิ่มพูนความรู้ทักษะประสบการณ์ที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง มีภาวะหนี้สินที่เกิดจากค่าตอบแทนที่ได้รับต่ำแต่มีค่าใช้จ่ายสูง
ผลกระทบของปัญหา
ก่อให้เกิดปัญหาความลำบาก ยากแค้น  โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหนี้สินของเกษตรกร วิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขัน เห็นแก่ตัวมากกว่าส่วนรวม ดิ้นรนเพียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ซึ่งเป็นตัวแปรที่สำคัญทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ  ตามมา  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน  ปัญหาความเป็นอยู่ในสังคม   ฯลฯ ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีทุนการทำนาครั้งต่อไปโดยที่เกษตรกรยังมีหนี้สินภาระติดตัวอยู่  ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องอื่นตามมา เช่น การดำรงชีวิตที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องปัจจัย 4 ที่ยังไม่ค่อยมี และจะมีผลกระทบคือ สังคมใดมีปัญหามากถือได้ว่าสังคมนั้น ยังไม่มีการพัฒนาดีพอควร ก่อให้เกิดปัญหาในด้านอาชญากรรม ชกชิง วิ่งราว ปล้น ทำผิดศีลธรรม ซึ่งคนที่ทำเช่นนี้ส่วนใหญ่คือผู้ที่ด้อยในการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม (อาจไม่จำกัดเฉพาะความยากจน) สำคัญคือ ทำให้เกิดการกดขี่จากผู้มีอำนาจต่อรองมาก ดั่งเช่น การกู้หนี้นอกระบบก็เกิดจากปัญหาความยากจนทำให้เกษตรกรกู้เงินทุนของรัฐบาลมาใช้หนี้นอกระบบ  ส่งผลให้เกษตรกรมีหนี้สินภาระเพิ่มขึ้นเนื่องจากการขาดความรู้ความสามารถมนการวางแผน ทำให้เกษตรกรสร้างหนี้ไม่มีวันใช้หมด
ผู้รับผลกระทบ(ภาคธุรกิจ)
การกระจายรายได้ไม่สมดุล เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมเติบโตมากกว่าภาคเกษตรกรรมเกิดการอพยพแรงงานจากภาคเกษตรกรรมออกไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ทำให้เกิดปัญหาสังคมในเวลาต่อมาเกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต เนื่องจากต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศและต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศมาก ทำให้อำนาจการแข่งขันลดน้อยลงและขาดดุลการค้าอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลางไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร เนื่องจากการมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของรัฐบาล
ข้อเสนอแนะในการลดความรุนแรงของปัญหา

เน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ปัญญา เพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ ยังเน้นการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ   เพื่อให้เกษตรกรรู้จักการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้และเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ โดยมีการทำกินในแปลงที่ดินที่จัดให้ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ เน้นการนำที่ดินที่ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์  ในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรยากจน ควบคู่กับการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นการรวมกลุ่มเกษตรกร ให้พึ่งพาช่วยเหลือกันในรูปสหกรณ์  สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือด้านการตลาดอันสามารถจะเชื่อมโยงไปสู่การส่งออกในรูปสินค้าแบบท้องถิ่น

การหาทางช่วยเหลือกลุ่มครัวเรือนเกษตรยากจนและเกือบจนเพื่อยกระดับการดำรงชีพให้ดีขึ้น แนวทางในการปรับปรุงคือ ขยายโอกาสทางด้านศึกษาให้กับครัวเรือนในภาคเกษตร สนับสนุนการใช้ที่ดินให้เต็มพื้นที่และเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด สนับสนุนการจัดหาที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรที่ยากจน เสริมสร้างกิจกรรมการผลิตนอกการเกษตรของครัวเรือนควบคู่ไปกับกิจกรรมฟาร์มเพื่อเป็นแหล่งรายได้เสริม เสริมสร้างระบบการจัดการแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดการจัดการร่วมกันระหว่างชุมชนกับรัฐในการดูแลรักษา และในกลุ่มครัวเรือนเกษตรที่ยากจนควรเสริมกิจกรรมการผลิตแบบพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาตลาดเพื่อการบริโภคของครัวเรือน

Credit : http://homchoung541705150.blogspot.com/2012/06/blog-post_381.html

ปัญหาเศรษฐกิจของเกษตรกรไทย

ปัญหาด้านการผลิต เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีรายได้ต่ำและฐานะยากจน
ปัญหาด้านการผลิตที่พบได้แก่
1) ปัญหาด้านการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ ปัญหาด้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาด้าน ปัจจัยเพื่อการผลิต เช่น ปัญหาการถือครองกรรมสิทธ์ิที่ดินเนื่องจากเกษตรกรจำนวนมากที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็น ของตนเอง ซึ่งทำให้เกิดผลเสียตามมาคือ เกษตรกรต้องแบ่งปันรายได้จากผลผลิตเป็นค่าเช่า ให้แก่เจ้าของที่ดิน และเกษตรกรมักไม่ยอมลงทุนปรับปรุงที่ดิน เนื่องจากถือว่าที่ดินไม่ใช่กรรมสิทธ์ิของตนเอง
2) ปัญหาแหล่งน้ำในการผลิต ประเทศไทยในอดีตมีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำ เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรมมาก แต่ในสมัยต่อมาประชากรเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องมีการขยายพื้นที่การ เกษตร เพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ปริมาณป่าไม้ลดลง และเมื่อป่าไม้มีน้อยทำให้เกิดปัญหา ทางภูมิอากาศ กล่าวคือ เกิดปัญหาปริมาณน้ำฝนลดน้อยลง หรือเกิดภาวะฝนแล้ง ทำให้เกษตรกร ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งปริมาณน้ำที่จะได้จากเขื่อนชลประทาน ก็มีไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ซึ่งจะเห็นว่ามีหลายจังหวัดไม่สามารถทำนาปรังได้ หากไทยไม่สามารถ แก้ไขแหล่งน้ำได้ ไม่เพียงแต่ด้านเกษตรกรรมเท่านั้น ยังจะประสบปัญหาด้านการผลิต ประเทศไทยจะประสบ ปัญหาด้านการผลิตต่อเนื่อง แต่ยังรวมถึงด้านอุตสาหกรรมและการบริการ ต่าง ๆ อีกด้วย
3) ปัญหาด้านการปลูกพืชไม่เหมาะสมกับที่ดิน ปัญหานี้พบว่าเกษตรกรในบางพื้นที่ ทำการ เพาะปลูกโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมของดิน
4) ปัญหาด้านทุนดำเนินงานในการผลิตของเกษตรกร ปัญหานี้พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ ยังมีปัญหาหนี้สิน และการขาดแคลนทุนดำเนินการ การกู้ยืมเงินยังอาศัยแหล่งทุนเอกชน (สินเชื่อนอกระบบ) ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจัดให้มีแหล่งเงินทุนให้กู้ยืมอยู่แล้วก็ตาม เช่น ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น
5) ปัญหาด้านวิธีการผลิต ปัญหาด้านการผลิตของเกษตรกรคือ ยังใช้วิธีการเพาะปลูก ไม่ถูกต้อง ทำให้ผลผลิตที่ได้รับไม่สูงเท่าที่ควร
6) ปัญหาด้านคุณภาพของผลิตผลและโรคของสัตว์ ปัญหาด้านนี้พบว่าผลิตผลทาง การเกษตรบางชนิดมีปัญหาด้านคุณภาพซึ่งมีผลมากจากวิธีการผลิต เช่น ถั่วมีเชื้อรา ขณะขนส่งในระยะทาง ไกลๆ อาจเน่าเสียได้ หรืออาจมีปริมาณของสารพิษตกค้าง จากการใช้สารเคมี ผลผลิตจากสัตว์ก็เช่นเดียวกัน อาจมีปัญหาสัตว์เป็นโรค ซึ่งเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคสัตว์บางชนิด เช่น โรคปากเปื่อย เท้าเปื่อยและ อื่น ๆ
7) ปัญหาการเก็บรักษาผลผลิต ปัญหานี้นับว่าเป็นปัญหาที่พบมากทั้งในด้านความ เสียหาย ซึ่งเกิดจากแมลงและสัตว์ต่าง ๆ และความเสียหายที่เกิดจากการบรรจุหีบห่อขณะขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลไม้ที่ช้ำง่าย เช่น องุ่น กล้วย มะละกอ เป็นต้น
8) ปัญหาด้านการประมง พบว่ามีปัญหาสำคัญ 3 เรื่อง คือ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรสัตว์น้ำในเขตน่านน้ำของประเทศอันเกิดจากการจับ สัตว์น้ำมากเกินไป ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงมาก โดยเฉพาะน่านน้ำบริเวณชายฝั่ง และอ่าวไทย
– การประกาศเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การประกาศเขต เศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zones) เพื่อห้ามการจับปลาและการแสวงหาทรัพยากรใต้ทะเล เป็นต้น
– การขึ้นราคาน้ำมัน
9) ปัญหาด้านการเหมืองแร่ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจแหล่งแร่ยังไม่สมบูรณ์วิธีการ ผลิตยังไม่มีประสิทธิภาพ การขัดแย้งระหว่างการทำเหมือนแร่กับผลประโยชน์ฝ่ายอื่น เป็นต้น
10) ปัญหาด้านอุตสาหกรรม เช่น คุณภาพของสินค้ายังไม่สามารถแข่งขันในตลาดต่าง ประเทศได้ นอกจากนี้ยังขาดอุตสาหกรรมพื้นฐาน รวมทั้งอุตสาหกรรมยังไม่ขยายตัวสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง
11) ปัญหาด้านการป่าไม้
ปัจจุบันการตัดไม้ทำลายป่ายังคงเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สูญเสียป่าไม้ เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่ประเทศควรมีเนื้อที่ป่าไม้ และปัญหาที่ตามมาก็คือ เกิดปัญหา น้ำท่วมใน หลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่าง ปี 2544-2545 ได้แก่ บ้านน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และหลายอำเภอในจังหวัดสุโขทัย เป็นต้น โดยปัญหาน้ำท่วมนี้ได้ ทำลายพื้นที่การเกษตรเสียหายมาก และขณะนี้ป่าไม้ที่มีค่าเชิงเศรษฐกิจ ก็ถูกลักลอบตัดจนเหลือน้อยมาก แม้กระทั่งป่าอนุรักษ์ก็เหลือน้อยด้วยเช่นกันจากสภาพของป่าไม้ที่ถูกทำลาย ทั้งที่ถูกทำลายโดยฝีมือมนุษย์ และธรรมชาตินั้น รัฐบาล

อ่านต่ำที่ : https://www.gotoknow.org/posts/106386

Credite : Gotoknow.org

https://www.gotoknow.org/posts/106386

ราคาผลผลิตตกต่ำ : ปัญหาเรื้อรังของเกษตรกร

ประเทศไทย โดยสภาพพื้นที่ และภูมิอากาศเหมาะแก่การทำเกษตรกรรมอันดับต้นๆ ของโลกประเทศหนึ่ง ดังนั้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันสินค้าเกษตรยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้เข้า ประเทศเป็นจำนวนมากต่อปี ถึงแม้ในปัจจุบันสินค้าอุตสาหกรรมจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งออกแทนสินค้า เกษตรมากขึ้นทุกวันก็ตาม

ในปัจจุบันเกษตรกรไทยแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

1. ชาวนา อันได้แก่เกษตรกรที่ทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก และเกษตรกรกลุ่มนี้จะอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ทั้งเนื่องจากมีพื้นที่ราบลุ่ม และมีแม่น้ำไหลผ่าน ส่วนในภาคอื่นๆ เช่น ภาคใต้มีการทำนาน้อยกว่าอาชีพอื่น

2. ชาวไร่ อันได้แก่เกษตรกรผู้ทำการเพาะปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และสับปะรด เป็นต้น เกษตรกรกลุ่มนี้กระจายอยู่ในทุกภาคของประเทศ แม้กระทั่งบนดอยสูง

3. ชาวสวน อันได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล เช่น ลำไย ลิ้นจี่ เงาะ ทุเรียน และพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และกาแฟ เป็นต้น มีมากที่สุดในภาคใต้ ภาคตะวันออก และในขณะนี้ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เริ่มมีการทำสวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนยางพารา

4. ชาวประมง และผู้เลี้ยงปศุสัตว์ กลุ่มนี้มีอยู่ทั่วไป และมีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ และรายย่อยกระจายอยู่ทั่วประเทศ

ถ้ามองในแง่การผลิตเพื่อเป็นสินค้าส่งออกก็จะมีเพียงการประมง และผู้เลี้ยงปศุสัตว์ เช่น ไก่ และสุกร

เกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มนี้จะมีปัญหาในการประกอบการคล้ายๆ กันอยู่ 2 ประการ คือ

1. ต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ปุ๋ย น้ำยาฆ่าศัตรูพืช และอาหารสัตว์ได้มีราคาแพงขึ้นเกือบทุกปีตามภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

2. ในขณะที่เกษตรกรเผชิญกับปัญหาปัจจัยการผลิตสูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตมิได้แพงขึ้นตาม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ผลิตได้ และความต้องการบริโภค กล่าวคือ ถ้าในปีใดผลิตได้มากเกินกว่าความต้องการในประเทศ และต้องพึ่งการส่งออกเพื่อดึงราคาให้สูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันในตลาดโลกมีสินค้าประเภทเดียวกันจากประเทศคู่แข่งขายในราคา ต่ำกว่า ก็จะทำให้ราคาขายสินค้าเกษตรจากประเทศไทยต้องขายถูกลงไปด้วย เพราะถ้าจะขายแพงกว่าประเทศคู่แข่งในขณะที่คุณภาพสินค้ามิได้ดีกว่าเขา ก็ยากที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ ดังที่เกิดขึ้นกับสินค้าข้าวของไทยอยู่ในขณะนี้

จากปัญหาสองประการนี้เอง ทำให้เกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาและชาวไร่ ซึ่งผลผลิตทั้งประเภทที่เป็นไปตามฤดูกาล และเก็บเกี่ยวพร้อมกันหรือไล่เลี่ยกันก็จะเดือดร้อนเมื่อราคาขายต่ำกว่าราคา ทุน และทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหานี้ รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจะใช้วิธีการเดิมๆ และประการเดียวคือ เข้าแทรกแซงราคาโดยการประกันราคา หรือจำนำ แต่การแก้ปัญหาในทำนองนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้อย่างถาวร เมื่อเป็นเช่นนี้ ในทุกปีเมื่อฤดูเก็บเกี่ยวมาถึงรัฐก็นำเงินจากงบประมาณอันเป็นรายได้จากการ เก็บภาษีของคนทั้งประเทศเพื่อแก้ปัญหาให้คนกลุ่มเดียวคือเกษตรกร

และที่สำคัญ การแก้ปัญหาในทำนองนี้ เกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์มากพอที่จะทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากปัญหาได้อย่างถาวร อีกทั้งงบประมาณในส่วนนี้ได้ตกหล่น และสูญหายไปในกระบวนการแก้ปัญหาจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายค้าน และนักวิชาการจากสถาบันต่างๆ อยู่ในขณะนี้

อะไรเป็นเหตุให้รัฐบาลชุดนี้ถูกมองว่าล้มเหลว และมีเลศนัยในการแก้ปัญหาราคาข้าว และจะมีวิธีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ถ้าไม่แทรกแซงราคา

เพื่อจะตอบประเด็นแห่งคำถามดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนใคร่ขอให้ท่านผู้อ่านลองย้อนไปดูที่มาของการจำนำข้าวเปลือกตันละ 15,000 บาทของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็พอจะอนุมานเหตุปัจจัยที่รับจำนำข้าวในราคาดังกล่าวได้ดังนี้

1. ในการปราศรัยหาเสียงทางพรรคเพื่อไทยได้ประกาศเป็นนโยบาย และเมื่อเป็นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อผลทางการเมือง แต่ในทางด้านการเงินเป็นการเพิ่มภาระหนี้สาธารณะให้แก่ประเทศ ดังนั้นนโยบายลักษณะนี้ถึงแม้จะประสบความสำเร็จด้านการเมือง แต่ก็ล้มเหลวในด้านการเงินการคลัง จึงน่าจะได้ทบทวนและดำเนินการให้รอบคอบกว่านี้

2. ชาวนาส่วนใหญ่ที่ต้องการผลตอบแทนจากนโยบายนี้ก็คือชาวนาซึ่งเป็นฐานทางการ เมืองของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่านโยบายนี้ยกเลิกไม่ได้ และความเสียหายแก่ประเทศโดยรวมจะต้องมีต่อไป

ยิ่งกว่านี้ ถ้ารัฐบาลยอมก่อหนี้เพื่อชาวนาได้ ต่อไปเกษตรกรทุกกลุ่มเมื่อเดือดร้อนเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำ หรือต้นทุนสูงก็จะถือโอกาสเรียกร้องให้ช่วย และรัฐก็จะต้องก่อหนี้ต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้เขียนเห็นว่าถ้ารัฐบาลมองปัญหาความเดือดร้อนของประเทศโดยรวมแล้วจะต้อง ทบทวนนโยบายช่วยชาวนาด้วยการก่อหนี้ เข้าทำนองแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหา แล้วหันมาศึกษาแนวทางแก้ปัญหาเกษตรกรอย่างถาวรทุกกลุ่ม ไม่เพียงแต่ชาวนากลุ่มเดียวเท่านั้น

ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวและถาวรน่าจะเริ่มด้วยการช่วยลดต้นทุน โดยให้เกษตรกรรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์การผลิตและขาย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลิตผล รวมไปถึงการต่อรองกับพ่อค้าทั้งในประเทศและพ่อค้าส่งออก

พร้อมกันนี้ ทางรัฐบาลจะต้องลงมาวางรูปแบบการทำเกษตรกรรม โดยกำหนดเป็นโซน และควบคุมการผลิตให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการบริโภคทั้งในประเทศและส่ง ออก โดยยึดราคาเป็นหลักไม่ปล่อยให้ต่างคนต่างผลิตจนล้นตลาด และคุณภาพไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ก็จะช่วยให้ขายได้ราคาดีขึ้น โดยที่รัฐเข้าไปแทรกแซงน้อยที่สุด หรือไม่ต้องแทรกแซงเลยก็ได้

อีกประการหนึ่ง ในการดำเนินการแทรกแซงราคา ไม่ว่าด้วยมาตรการรับจำนำหรือประกันราคา จะต้องทำอย่างโปร่งใส ไม่มีเลศนัย และเปิดช่องให้มีการแสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบเกิดขึ้น ดังที่เป็นมาแล้วและกำลังเป็นอยู่จนถึงปัจจุบัน

แต่การจะทำเช่นนี้ได้ชาวนาเองก็จะต้องเข้าใจ และรับรู้ปัญหาอันอาจเกิดขึ้นแก่ประเทศโดยรวม ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนทุกคนในประเทศจะต้องช่วยกันจับตามองการแก้ปัญหา และปรับทิศทางการทำเกษตรกรรมของตนเองให้เป็นไปในทิศทางที่ก่อปัญหาให้แก่ รัฐบาลน้อยที่สุด มิฉะนั้นแล้วประเทศไทยคงหนีไม่พ้นล้มละลาย

Credit : ผู้จัดการออนไลน์

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000129284

โควต้าพิเศษ สำหรับบุตรเกษตรกร คณะเกษตร กำแพงแสน

10014910_687178824678336_9074108570486238455_n

งานเกษตรแฟร์ 2557 : 22-30 มีนาคม 2557

งานเกษตรแฟร์ 2557 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญเที่ยวงานเกษตรแฟร์ 2557 ระหว่างวันที่ 22-30 มีนาคม 2557 เลือกช็อปสินค้า ชมการแสดงมากมาย ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

ด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำหนดจัดงาน เกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ. 2557 ระหว่างวันที่ 22-30 มีนาคม 2557 บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน โดยในงานจะประด้วยการจำหน่ายสินค้าเกษตร ของที่ระลึก ที่มีให้เลือกซื้อมากมายหลายประเภท  การประกวดและแสดงของสัตว์เลี้ยง รวมนิทรรศการทางการเกษตรอีกมากมาย

กิจกรรมภายใน งานเกษตรแฟร์ 2557 ได้เเก่

1. การประกวดในงานเกษตรแฟร์ 2557
– หมวดอาหาร
– ขอเชิญประกวดอาหาร
– กติกาการแข่งขัน
– ใบสมัครประกวดอาหาร
– ขอเชิญชวนส่งผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เชิงนวัตกรรม เข้ารับการคัดเลือก
– หมวดวาดภาพและถ่ายภาพ
– การประกวดภาพถ่ายสถาปัตยกรรม 72 ปีเกษตรเกษม
– การประกวดกล้วยไม้  และจัดแสดงกล้วยไม้ที่ส่งเข้าประกวด
– การประกวดการวาดภาพ “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในท้องทะเล”
– หมวดการจัดสวน
– การประกวดออกแบบ “Small Garden : สวนพอเพียงในรั้วสีเขียว”

2. งานแสดงและประกวดสัตว์เลี้ยงงานแกษตรแฟร์ 2557
– หมวดสุนัข
– ประกวดสุนัขสุขภาพดี (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)
– การแข่งขันว่ายน้ำ (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)
– “วีลแชร์ เพื่อสัตว์พิการ” (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)
– ตรวจสุขภาพและให้คำปรึกษา (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)
– หมวดสัตว์น้ำ
– การประกวดปลากัด
– การประกวดแข่งขันการจัดตู้ปลาระดับนักเรียน
– การแข่งขันตอบปัญหาอาหารที่ทำจากสัตว์น้ำ

3. นิทรรศการ “นวัตกรรม แห่งความยั่งยืน” บนถนนนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน
– พาวิลเลี่ยนนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน
– สูจิบัตรนิทรรศการ “นวัตกรรม แห่งความยั่งยืน”

นอกจากนี้ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ได้เตรียมนำผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดสารพิษ พร้อมหนังวิชาการเกษตร ที่เขียนโดย อาจารย์ดีพร้อม ชัยวงศ์เกียรติ ตลอดจนวิทยากรมาคอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเกษตรให้กับผู้ที่สนใจ อย่าลืมมาพบกันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน บูธ J 101 ทางเข้าประตู 3 ฝั่งงามวงศ์วาน

กำหนดการจัดอบรมผู้ควบคุมวัตถุอันตราย ปี2557

**** กำหนดการจัดอบรมผู้ควบคุมวัตถุอันตราย ปี2557
มีการจัดอบรมทั้งหมด 9 หน่วยงาน
สมาชิกสามารถติดต่อสอบถามได้ที่แต่ละหน่วยงาน
โดยตรงตามเบอร์โทร.ที่ให้ไว้****

หน่วยงาน กลุ่มสารวัตรการเกษตร
สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
โทร. 02-9405434

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 17-18 กุมภาพันธ์ 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 25 มีนาคม 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 3 วันที่จัดอบรม 23-24 กรกฏาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 (เชียงใหม่)
โทร. 053-114121 – 5

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 26 กุมภาพันธ์ 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 27-28 กุมภาพันธ์ 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 3 วันที่จัดอบรม 6-7 มีนาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 4 วันที่จัดอบรม 6-7 พฤษภาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 5 วันที่จัดอบรม 2 กรกฎาคม 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 6 วันที่จัดอบรม 3-4 กรกฎาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 150 คน

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 (พิษณุโลก)
โทร. 055-3119911

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 5 กุมภาพันธ์ 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 6-7 กุมภาพันธ์ 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 3 วันที่จัดอบรม 19-20 มีนาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 4 วันที่จัดอบรม 27 พฤษภาคม 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 5 วันที่จัดอบรม 28-29 พฤษภาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 6 วันที่จัดอบรม 16-17 กรกฎาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 150 คน

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 (ขอนแก่น)
043-203510 ต่อ 119

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 23 เมษายน 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 24-25 เมษายน 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 3 วันที่จัดอบรม 8-9 พฤษภาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 4 วันที่จัดอบรม 21-22 พฤษภาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 (อุบลราชธานี)
โทร. 045-202190

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 11 กุมภาพันธ์ 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 12-13 กุมภาพันธ์ 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 3 วันที่จัดอบรม 11 มีนาคม 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 150 คน

รุ่นที่ 4 วันที่จัดอบรม 12-13 มีนาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 5 วันที่จัดอบรม 12 พฤษภาคม 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 100 คน

รุ่นที่ 6 วันที่จัดอบรม 13-14 พฤษภาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 (ชัยนาท)
โทร. 056-405289

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 20-21 กุมภาพันธ์ 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 16 มีนาคม 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 3 วันที่จัดอบรม 27-28 มีนาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 4 วันที่จัดอบรม 30 เมษายน 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 5 วันที่จัดอบรม 1-2 พฤษภาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 6 วันที่จัดอบรม 26 มิถุนายน 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 100 คน

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (จันทบุรี)
โทร. 039-397076 ต่อ 123, 126

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 17 มีนาคม 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 18-19 มีนาคม 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 200 คน

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 (สุราษฎร์ธานี)
โทร. 077-259445-6 ต่อ 62

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 2 เมษายน 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 3-4 เมษายน 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 100 คน

รุ่นที่ 3 วันที่จัดอบรม 10 มิถุนายน 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 4 วันที่จัดอบรม 11-12 มิถุนายน 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 100 คน

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สงขลา)
โทร. 074-445905-6

รุ่นที่ 1 วันที่จัดอบรม 4 มิถุนายน 2557
หลักสูตร 1 วัน สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว
จำนวน 200 คน

รุ่นที่ 2 วันที่จัดอบรม 5-6 มิถุนายน 2557
หลักสูตร 2 วัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรม
จำนวน 100 คน

ประชาสัมพันธ์ครับ ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร

1514574_598583973547728_1457795147_n

เกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ.2557 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

1387447024_img

เปิดรับสมัครผู้สนใจขอใช้พื้นที่เพื่อร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าในงาน เกษตรแฟร์

เปิดรับสมัครผู้สนใจขอใช้พื้นที่เพื่อร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้า ในงาน เกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ.2557 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

ประกาศคณะอนุกรรมการตลาดนัดและสิทธิประโยชน์

งาน เกษตรแฟร์ ประจำปีพ..2557 เรื่องเปิดให้ขอใช้พื้นที่เพื่อร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าในงาน เกษตรแฟร์ ประจำปีพ..2557

ณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน

****************************************************

          ด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำหนดจัดงาน เกษตรแฟร์ ประจำปีพ.ศ. 2557 ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 8 กุมภาพันธุ์ 2557บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน ดังนั้นเพื่อให้การจัดงาน เกษตรแฟร์ ประจำปีพ.. 2557 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยคณะอนุกรรมการฝ่ายตลาดนัดและสิทธิประโยชน์จึงเปิดให้บริษัท / ห้างร้านและบุคคลทั่วไปที่สนใจขอใช้พื้นที่เพื่อร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าในวันงานดังกล่าวโดยมีประเภทสินค้าดังนี้และสามารถดาวน์โหลดเอกสารรายละเอียด / ใบสมัครได้จากด้านล่างนี้

โซน

ชื่อโซน 

เอกสารายละเอียด/ใบสมัคร

 A สวนสยามงามสง่าสินค้าสร้างสรรค์ 77 จังหวัด  ดาวน์โหลด/download
 D หอม กระเทียม มะขามหวาน สร้างสรรค์งานเกษตร์  ดาวน์โหลด/download
 F เทคโนโลยีสร้างสรรค์ เกษตรกรก้าวไกล  ดาวน์โหลด/download
 G ผัก ผลไม้สร้างสรรค์สุขภาพ  ดาวน์โหลด/download
 H เศรษฐกิจสร้างสรรค์  ดาวน์โหลด/download
 I สินค้างามสร้างสรรค์เมืองสยาม  ดาวน์โหลด/download
 J ร้อยพฤกษาพรรณ สร้างสรรค์โลกสวย  ดาวน์โหลด/download 
 K สร้างสรรค์สัตว์เลี้ยงแห่งรัก  ดาวน์โหลด/download
 L ศูนย์สร้างสรรค์อาหารอร่อย  ดาวน์โหลด/download
 N สร้างสรรค์บ้านสวยด้วยมือเรา  ดาวน์โหลด/download
 O สร้างสรรค์เสน่ห์นำชวนช็อป  ดาวน์โหลด/download
 P สร้างสรรค์เสน่ห์นำชวนชิน  ดาวน์โหลด/download
 แผนผังพื้นที่ 

     หรือ ขอรับรายละเอียดได้ที่สำนักงานทรัพย์สิน ชั้น 2 อาคารวิทยพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2556 เป็นต้นไป เวลา 09.00 น. – 16.00 น.(เว้นวันหยุดราชการ) หมายเลขโทรศัพท์ 02-561-4749, 02-942-8200 ต่อ 1264, 1771-2



  • หน้า

  • อบรมวัตถุอันตราย

    ใกล้ที่ไหนติดต่อที่นั่นโดยตรง

    กรุงเทพมหานคร
    สำนักควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร
    02-9406573
    สวพ 1 จ.เชียงใหม่
    053-114121 ถึง 5
    สวพ 2 จ.พิษณุโลก
    055311991
    สวพ 3 จ. ขอนแก่น
    0-4320-3500
    สวพ 4 จ.อุบลราชธานี
    0-4520-2190
    สวพ 5 จ.ชัยนาท
    056-405070-4
    สวพ 6 จ.จันทบุรี
    0-3939-7076
    สวพ 7 จ.สุราษฎร์ธานี
    0-7727-4102
    สวพ 8 จ.สงขลา
    074-445-905-6



ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ


ปัญญาประดิษฐ์จักรกล


เว็บไซต์เพื่อนบ้าน ทั้งหมด



ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้าน

<a href="http://kasetonline.com/" target="_blank" ><img alt="All About Agriculture" src="http://kasetonline.com/images/banner88x31-kasetonline.gif" border="0" width="88" height="31"></a>

นำ code ของเราไปวาง
และส่ง code มาให้เราที่
webmaster@kasetonline.com

ถ้าสะดวกแลก banner ที่หน้าแรก
เรายินดีติดที่หน้าแรกเช่นกันครับ
ฟรี !!! ไม่เสียเงินครับ


• Thai Airline
    • Phuket Airline
    • Rc Hlicopter for sale
    • How to Control Helicopter
    • Cheapest Rc Hlicopter
    • Thailand Trends
    • Airline Jobs/career
    • Thai Movies
    • Study Abroad
    • Thailand Amulets
    • Thai Food
    • Thailand Photo
    • Thailand Travel
    • Agricultural in Thailand
    • All Seminar in Thialand
    • Hotels/Resorts News
    • Thailand Situation Updated
    • Thailand Real Estate
    • Thailand Network
    • Thailand Trees
Thailand Information
    • 7 Romantic Places In Bangkok
    • Accomodation
    • Activities
    • Candle Festival parade
    • Communication
    • DINNING
    • Entertainment
    • King of Thailand
    • MAP OF THAILAND
    • POLITIC
    • Real Time flight Schedules
    • Regions of Thailand
    • Retirement Visa in Thailand | Finance
    • Shopping
    • Special Interest
    • Sports
    • Thai Culture
    • THAI SOCIAL STRUCTURE
    • Thailand In Brief
    • Thailand’s Rainy Season
    • Transportation
    • Useful Information
    • Visas & Regulations
    • WEATHER
Markets & Money

    • credit card
    • Exchange Rate
Event & Festival
    • Buffalo Village in Thailand
    • Candle Festival parade
    • Dok Krachiao Blooming Festival
    • Flowers monks Festival.
    • Hua Hin Jazz Festival
    • Hua Hin Thailand | Thailand Travel Guide
    • Krabi Rock&Fire International Contest
    • LA F�TE 2010
    • Lee Pe Island Ship Buoying Festival
    • Mercedes Trophy Junior Golf Master Final
    • Phuket Music Festival
    • The Candle Festival
    • The Royal Ploughing Ceremony
    • Vesak 2010 (Visakha Bucha Day)
    • Yasothon Bun Bangfai Rocket Festival
Business In Thailand
    • Economic
    • Export
    • Important Contact
    • Regulations
    • Start Business in Thailand
    • Taxation
Thailand History
    • Ancient Civilizations
    • Ayutthaya
    • Classical Era
    • Democracy
    • End of Absolute Monarchy&Military rule
    • Initial states of Thailand
    • King of Thailand
    • Sukhothai and Lanna
    • Thonburi and Bangkok period
Other
    • Advertise
    • Events
    • Flight Reservation
    • Job
    • Link Exchange
    • Shopping
    • Weather
    • World Time
Travel Review
    • Ancient City
    • Buffalo Village in Thailand
    • Flowers monks Festival.
    • One Day Trip
    • The Erawan Museum

Facebook

Get the Facebook Likebox Slider Pro for WordPress