หญ้าแฝก

       การชะล้างพังทลายของดินยังเป็นปัญหาใหญ่ในพื้นที่ 4 จังหวัด ในความรับผิดชอบของสำนักงานพัฒนา ที่ดิน เขต 3 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ น้ำฝนที่ไหลหลากลงมาจากที่ดอนจะพัดพาหน้าดิน ออกไป เกิดความเสียหายให้แก่พื้นที่ปลูกพืชไร่สำคัญ ๆ เช่น มันสำประหลัง อ้อย ข้าวโพด พริก เป็นตัน
นอกจากทำให้ผลผลิดลดลงแล้ว ยังทำให้แหล่งน้ำต่าง ๆ ตื้นเขินอีกด้วย วิธีง่าย ๆ ในการอนุรักษ์ดิน และ
สามารถดำเนินการเองได้ คือ การปลูกแฝกเป็นแนวระดับขวางความลาดชันพื้นที่ไว้
       หญ้าแฝก เป็นพืชตระกูลหญ้าเช่นเดียวกับ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย และตะไคร้ พบกระจายทั่วไปหลาย ๆ พื้นที่ ที่พบในประเทศไทยจำแนกออกได้ 2 ชนิดได้แก่ หญ้าแฝกหอม และหญ้าแฝกดอน ในธรรมชาติ
พบว่าแฝกทั้งสองชนิดนี้มีการกระจายตัวได้ดีในสภาพพื้นที่ทั้งที่ลุม และที่ดอน ในดินสภาพต่าง ๆ


ข้อแตกต่าง

หญ้าแฝกหอม หญ้าแฝกลุ่ม

ลักษณะกอ


1. เป็นพุ่ม ใบยาวตั้งตรงขึ้นสูง
2. สูงประมาณ 150-200 ซม.
3. แตกตะเกียงและแตกแขนงสำต้น


1. เป็นพุ่ม ใบยาวปลายจะโค้งลงคล้ายกอตะไคร้
2. สูงประมาณ 100-150 ซม.
3. ไม่มีการแตกตะเกียงและแขนงลำต้น

ใบ


1. ยาว 45-100 ซม. กว้าง 0.6-1.2 ซม.
2. สีเขียวเข้ม หลังใบโค้ง
3. เนื้อใบเนียน มีไขเคลือบมาก


1. ยาว 35-80 ซม. กว้าง 0.4-0.8 ซม.
2. สีขาวซีด หลังใบพับเป็นสันแข็งสามเหลี่ยม
3.เนื้อใบหยาบ มีไขเคลือบน้อย

ช่อดอกและดอก


1. ช่อดอกสูง 150-200 ซม.
2. สีอมม่วง
3. ดอกย่อยไม่มีระยางค์แข็ง


1. ช่อดอกสูง 100-150 ซม.
2. หลากสีตั้งแต่ ขาวครีม ม่วง
3. ดอกมีระยางค์แข็ง


เมล็ด


ขนาดโตกว่า


ขนาดเล็กว่า


ราก


1. กลิ่นหอมเย็น
2. หยั่งลึก 100-300 ซม.


1. ไม่มีความหอม
2. หยั่งลึก 80-100 ซม.

พันธุ์


กำแพงเพชร 2 , เชียงราย , สงขลา 1 ,
สงขลา 2 , สงขลา 3 , สุราษฎร์ธานี ,
ตรัง 1 , ตรัง 2 , ศรีรังกา , เชียงใหม่ ,
แม่ฮ่องสอน (รวม 11 พันธุ์) 


อุดรธานี 1 , อุดรธานี 2 , นครพนม 1 , นครพนม 2,
ร้อยเอ็ด , ชัยภูมิ , เลย , สระบุรี 1 , สระบุรี 2 ,
ห้วยขาแข้ง , กาญจนบุรี , นครสวรรค์ , ราชบุรี ,
ประจวบคีรีขันธ์ ,จันทบุรี , พิษณุโลก , กำแพงเพชร

วิธีการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน

       ก่อนอื่นต้องเตรียมกล้าแฝกเสียก่อน โดยการขุดแฝกทั้งกอขึ้นมาตัดรากให้เหลือ 10 ซม. และตัดต้นให้เหลือ 20 ซม. แยกหน่อแล้วมัดรวมเช่นเดียวกับ
การถอนกล้าข้าว นำไปแช่น้ำให้น้ำท่วมรากประมาณ 5-7 วัน เมื่อเห็นว่ารากแตกออกมาใหม่จึงนำไปปลูก หรือ กล้าแฝกจากการขยายพันธุ์ในถุงพลาสติก และ
อายุประมาณ 45 วัน เริ่มปลูกตั้งแต่ต้นฝนเป็นต้นไป
1. ปลูกหญ้าแฝกขวางความลาดเทของพื้นที่
1.1 ใช้เครื่องมือง่าย ๆ สามารถปฏิบัติเองได้ โดยใช้สายยางหาระดับแบบช่างไม้ จับระดับเป็นระยะ ๆ พร้อมหลักปักแนว ไปเรื่อย ๆ หรืออาจใช้กล้องส่องระดับก็ได้
1.2 ใช้รถไถเดินตามหรือไถควายลาก ไถตามแนวไม้ที่ปักไว้
1.3 ปลูกแฝกระยะ 5-10 ซม. ตลอดแนวที่ไถจะได้แนวหญ้าแฝกหนึ่งแนว จากนั้นสร้างแนวปลูกแฝกใหม่ ปฏิบัติตามขั้นตอน ที่ 1.1-1.3 ระยะห่างของแนวแฝกแต่ละแนว ห่างกันตามแนวดิ่ง 1.50 เมตร
2. ปลูกแฝกในสวนผลไม้ หรือไม้ยืนต้น
2.1 สร้างแนววงกลมรัศมีประมาณ 2 เมตร รอบ ๆ ลำต้นไม้ผลหรือไม้ยืนต้น พื้นดินแนวครึ่งวงกลม หงายรับความลาดเอียงของพื้นที่
2.2 ปลูกแฝกระยะประมาณ 5-10 ซม.
2.3 เมื่อแฝกเจริญเติบโตเต็มที่ เกี่ยวใบแฝกคลุมรอบ ๆ โคนต้น จะช่วยรักษาความชุมชื้นและเพิ่มอินทรีย วัตถุแก่ไม้ผลไม้ยืนต้น หรือใช้เป็นวัสดุทำไพหญ้ามุงหลังคาก็ได้
3. ปลูกแฝกรอบสระน้ำหรืออ่างเก็บน้ำ
3.1 วางแนวปลูกแฝกเป็นแถวตามระดับ 3 แนวรอบสระน้ำหรืออ่างเก็บน้ำห่างกันแนวละ 20 ซม.
3.2 แถวล่างสุดปลูกตามแนวระดับน้ำขึ้นสูงสุด

สรุปประโยชน์หญ้าแฝก

       1. ช่วยป้องกันการสูญเสียหน้าดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตะกอนดินที่ถูกน้ำกัดเซาะและพัดพามา โดยจะถูกกอหญ้าแฝกดักไว้เมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ ปี
จะกลายเป็นขั้นบันไดดินตามธรรมชาติ
2. ช่วยลดความรุนแรงและความเร็วของน้ำไหลบ่า เมื่อน้ำไหลมปะทะแนวกอแฝกแล้วน้ำจะซึมลงสู่ดิน น้ำบางส่วนจะไหลผ่านแนวกอแฝกอย่างช้า ๆ
3. ช่วยเสริมความมั่นคงแข็งแรงตามแนวตลิ่ง ฝายกั้นน้ำ ทางระบายน้ำ คลองส่งน้ำ ริมถนนสูง
4. ใช้เป็นวัสดุคลุมดินรักษาความชุ่มชื้นและควบคุมวัชพืช
5. ใบนอกจากใช้ทำตับหญ้ามุงหลังคาแล้วยังใช้ทำเครื่องประดับ เช่น กระเป๋า พัด ไม้แขวนเสือ ส่วนรากใช้ทำน้ำมันหอม สบู่ ยาสมุนไพรรักษาโรคบางชนิด เช่น รากบดละเอียดผสมน้ำแก้ไข้ แก้โรคเกี่ยวกับน้ำดี รากต้มดื่มช่วยละลายนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

“หญ้าแฝก กำแพงชีวิต”