กษตรบางพระ…มีวิธีการเพาะฟักไข่ปลาดุกด้วยกรวย และถาดประหยัดน้ำ เพาะได้ลูกปลาเปอร์เซ็นต์รอดสูงปัจจุบันงานผลิตสินค้าเกษตรมักประสบกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น ทางออกที่ได้รับคำแนะนำอยู่เสมอคือ ให้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ พร้อมกับลดต้นทุนการผลิต ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า โดยเฉพาะของหาง่ายในท้องถิ่น

ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ตะวันออก คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีงานวิจัยด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่เป็นทางออกสำหรับเกษตรกรอยู่ไม่น้อย และนำออกเผยแพร่สู่สาธารณะเป็นประจำ

เรื่องราวของอุปกรณ์เพาะฟักไข่ปลาดุกแบบประหยัดน้ำ เป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานพ กาญจนบุรางกูร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา (นักวิจัย) กล่าวว่า แนวทางของการวิจัยเพื่อการเพาะพันธุ์ปลาที่มีไข่จมและติดวัสดุ เพิ่มผลผลิตลูกปลาจากพื้นที่เพาะฟักซึ่งมีจำกัด กระบวนการจะเริ่มตั้งแต่พัฒนาอุปกรณ์ตามวัตถุประสงค์ใช้งาน ใช้กรรมวิธีที่เหมาะสม ทำให้ไข่จมติดวัสดุแยกออกจากกัน หลังการผสมเทียม (ในที่นี้ ใช้ด่างทับทิม ความเข้มข้น 3-5 มิลลิกรัม ต่อลิตร) เมื่อไข่แยกออกจากกันก็จะนำไปเพาะฟักในถาดฟักหรือกรวยฟักที่พัฒนาขึ้น แต่หากเพาะฟักในขณะที่ไข่ยังเกาะยึดกันอยู่ โอกาสที่จะเน่าเสียมีมาก เพราะว่าไข่ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

“จริงๆ แล้ว วัตถุประสงค์แรกต้องการให้เป็นเครื่องมือสาธิตการสอนและใช้ในการวิจัยองค์ ความรู้ให้กับนักศึกษาปริญญาโท จากนั้นจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการไหลเวียนของน้ำ อัตราความหนาแน่นของไข่ และอัตราการเปลี่ยนถ่ายน้ำที่เหมาะสมไปใช้พัฒนาเครื่องมือให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น รวมถึงการขยายผลเชิงการค้า เชื่อว่าภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี จะพัฒนาจนได้อุปกรณ์เพาะฟักที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเป็นผลการทดลองที่ได้เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะกรวยฟัก 1 ชุด สามารถเพาะฟักได้ลูกปลากว่า 100,000 ตัว ที่อัตราการผสมติด 90%” ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานพ กล่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานพ กล่าวว่า เปอร์เซ็นต์ฟักของไข่มีตัวแปรสำคัญอยู่ที่อัตราการผสมติดของไข่ หากไข่ที่รีดได้จากแม่ปลามีคุณภาพดี น้ำเชื้อสมบูรณ์ อัตราการผสมติดประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเพาะฟักได้ลูกปลาไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และถ้าพูดถึงประสิทธิภาพของระบบกรวยฟักกับถาดฟักไข่ปลาที่พัฒนาขึ้นในครั้ง นี้ พบว่าใกล้เคียงกัน แต่การพัฒนาอุปกรณ์ตัวใดขึ้นใช้งานขึ้นอยู่กับวัสดุและอุปกรณ์ที่มีในท้อง ถิ่น ตัวอย่างเช่น ถาดฟักไข่อาจใช้ถาดอาหารพลาสติค ส่วนกรวยฟักเลือกใช้ขวดน้ำอัดลม ขนาด 1 ลิตร ซึ่งเกษตรกรหาได้อยู่แล้ว

รวมทั้งระบบเรียกว่า ชุดสาธิตการฟักไข่ปลาดุกด้วยระบบถาดฟักและแบบกรวย

แนวคิดงานวิจัยและลักษณะการทำงาน

ผู้วิจัย ได้นำแนวคิดการเพาะฟักไข่ปลาด้วยกรวยฟักแบบแม็คโดแนล มาประยุกต์ใช้กับไข่ปลาดุก (จมติดวัสดุ) แทนการเพาะฟักบนตะแกรงฟัก (ใช้อวนมุ้ง เบอร์ 16) ที่จัดให้มีน้ำไหลผ่านตลอด

ลดเมือกของไข่ ปลาดุกที่ผ่านการผสมเทียมด้วยการล้างทำความสะอาดแล้ว แช่ด้วยด่างทับทิมเพื่อป้องกันการเกาะติดกันก่อนนำไปเพาะฟัก มีการจัดระบบหมุนเวียนน้ำให้ไหลผ่านไข่ที่กำลังพัฒนาจากก้นกรวย เพื่อให้ไข่ปลาได้รับออกซิเจนอย่างทั่วถึง ใช้ระบบกรองและบำบัดน้ำเสีย เพื่อประหยัดน้ำและป้องกันการติดเชื้อระหว่างการเพาะฟัก ส่วนการเก็บรวบรวมลูกปลาแรกฟัก สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม

สำหรับคุณลักษณะเฉพาะและการทำงานของเครื่องมีดังนี้

1. เป็นชุดกรวยฟักไข่ แบบ 16 กรวย ขนาดกรวยจุ 1 ลิตร

2. ใช้ระบบไหลเวียนน้ำผ่านไข่จากก้นกรวยขึ้นสู่ด้านบน สู่ระบบกรองแบบไหลย้อน และระบบบำบัดแล้วจึงไหลกลับสู่กรวยฟัก

3. สามารถเพาะฟักไข่ปลาดุกได้ 90,000-180,000 ฟอง (ขึ้นอยู่กับอัตราการผสมติด วัสดุกรอง และอัตราการเปลี่ยนถ่ายน้ำ)

4. ประกอบขึ้นด้วยวัสดุที่หาง่ายและวัสดุเหลือใช้

5. สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยล้อเลื่อน เพื่อใช้ในการสาธิตและฝึกอบรมนอกสถานที่

6. ราคาทั้งชุด ประมาณ 30,000 บาท

เพาะพันธุ์ปลาดุกอุย ใช้เป็นแม่พันธุ์

คุณ เรวุฒ ศรีปรางค์ นักวิชาการประมงและนักศึกษาปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีการประมง ที่ร่วมในงานวิจัย เล่าว่า ไข่ปลาที่ฟักอยู่ เป็นไข่ปลาดุกอุย ที่มีลักษณะไข่จมและติดวัสดุ

เหตุที่ต้องเพาะฟัก ไข่ปลาดุกอุย เนื่องจากช่วงหนาว มีความต้องการนำปลาดุกอุยตัวเมียไปเป็นแม่พันธุ์ โดยใช้ผสมกับพ่อบิ๊กอุย ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม แม่ปลาดุกอุยมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 350 บาท

สาขาเทคโนโลยีการประมง ไม่ได้เพาะแม่ปลาดุกอุยไว้จำหน่าย แต่หากมีไว้ จะสะดวกต่อสื่อการเรียนการสอนและการวิจัย

นักวิชาการประมง อธิบายว่า การเพาะปลาดุกจะเริ่มต้นเมื่อ แม่พันธุ์มีความพร้อมที่จะวางไข่ แล้วฉีดฮอร์โมนกระตุ้น รีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อ จากนั้น ล้างทำความสะอาดไข่และแช่ด่างทับทิม 3-5 มิลลิกรัม ต่อลิตร ประมาณ 1 นาที ล้างไข่อีกครั้งแล้วจึงนำไปใส่ในกรวยเพาะฟัก

“แบบเดิมเพาะในตะแกรงฟ้า ใส่น้ำเต็มบ่อพอผสมไข่เสร็จให้ฟักในตะแกรงให้ออกซิเจน มีระบบน้ำไหลวนและน้ำล้นนิดหนึ่ง เปอร์เซ็นต์ฟักอยู่ที่ความสมบูรณ์ของไข่และสภาพแวดล้อมด้วยไข่ปลาดุกจมติด น้ำไหลผ่านไม่แรงไม่ไปไหนไข่ก็จะเกาะติดอยู่ หลักการให้ไข่เมือกหลุดออกจากกันน้ำวน ออกซิเจนผ่านตลอดเปอร์เซ็นต์การฟักก็จะดี ประหยัดพื้นที่ประหยัดน้ำ”

คุณเรวุฒ บอกและอธิบายอีกว่า

“แบบใหม่เมื่อผสมระหว่างไข่กับน้ำเชื้อแล้ว จึงแช่ด้วยด่างทับทิมเพื่อให้เมือกหลุดออกจากไข่ แล้วล้างน้ำสะอาด เอาไข่ใส่กรวยฟัก ปรับระดับน้ำให้หมุนวน ราว 24 ชั่วโมง ลูกปลาจะฟักเป็นตัว (สังเกตเห็นปลาตุ้มว่ายน้ำ) เปิดฝาขวดนำไปอนุบาล อุปกรณ์มีขวดน้ำอัดลม ปั๊มน้ำที่ใช้ปั๊มน้ำขึ้นไปถังพัก เพื่อจ่ายให้แก่กรวยฟัก (ขวดพลาสติค) ให้น้ำหมุนวน ป้องกันไม่ไห้ไข่เกาะตัวกัน อัตราฟักจะอยู่ที่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ จากการทดลองเพาะฟัก 3-4 ครั้ง พบว่า การเปลี่ยนถ่ายน้ำ 100% ออกจากระบบทุก 6 ชั่วโมง จะช่วยลดการเน่าเสียของไข่ได้ดี นอกจากนี้ การควบคุมอัตราการไหลเวียนของน้ำให้พอเหมาะจะช่วยป้องกันไม่ให้ไข่จะล้นออก มาจากระดับท่อน้ำล้น มีระบบกรองดักเมือกและบำบัดของเสียไม่ให้ไหลกลับเข้าสู่ระบบเพาะฟักอีก ระบบนี้ควรใช้น้ำฆ่าเชื้อและเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นระยะ ปริมาณน้ำและความถี่ในการเปลี่ยนถ่ายขึ้นอยู่กับปริมาณและอัตราการผสมติดของ ไข่”

ความยากง่ายของการเพาะแบบนี้ คุณเรวุฒ บอกว่า ต้องปรับระดับความแรงของน้ำด้วยวาล์วปรับอยู่ให้ไหลมากหรือน้อย หลักการคือให้ไข่วนจะรับออกซิเจนได้มาก

ผู้ที่ต้องการรายละเอียด เพิ่มเติม สอบถามได้ที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานพ กาญจนบุรางกูร คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เลขที่ 43 หมู่ที่ 6 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20110 โทร. (038) 358-201-27 ต่อ 1004 E-mail manop@rmutto.ac.th และ manopkk@gmail.com

พานิชย์ ยศปัญญา
วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 21 ฉบับที่ 444