เลี้ยงแพะ สร้างรายได้ดี

แพะ ได้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้มีการเลี้ยงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

ปัจจุบัน เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางหันมาเลี้ยงแพะมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภคเนื้อแพะ นมแพะ โดยการนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารฮาลาลเพื่อการส่งออก

การเลี้ยงแพะในปัจจุบัน เริ่มเป็นที่แพร่หลาย และขยายวงกว้างมากขึ้น ส่วนหนึ่งนั้นมาจากการส่งเสริมผลักดันของภาครัฐ ที่ได้เล็งเห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคในบ้านเรา โดยเฉพาะชาวมุสลิม ยังมีความต้องการที่จะใช้แพะเป็นอาหาร และเพื่อประกอบในพิธีกรรมต่างๆ

แต่หากเมื่อเลี้ยงแล้วไม่มีการวางแผนและการจัดการที่ดี แม้ความต้องการบริโภคจะสูงมากเพียงใด ก็ย่อมมีโอกาสประสบกับปัญหาที่จะตามมาเช่นกัน

ปัจจุบันนี้ เกษตรกรหาทางออก เมื่อผลิตผลเกี่ยวกับแพะล้นตลาด โดยการแปรรูปเป็นเครื่องสำอาง สบู่ และอื่นๆ อีกมากมาย

ประโยชน์ของนมแพะนั้น มีไขมันไลโนเลอิค ซึ่งน้ำนมแพะมีสูงถึง 0.95/100 กรัม และกรดไขมันจำเป็นแอลฟาลิโนเลอิคกลุ่มโอเมก้า 3 ในนมแพะมีอยู่ประมาณ 0.03 /100 กรัม ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นตัวเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย

นอกจากนี้ ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสายโซ่สั้นและกลาง ถือว่าเป็นกรดไขมันหลักที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค

ไขมันในน้ำนมแพะยังเป็นตัวลำเลียงวิตามินที่มีส่วนเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายอีกด้วย

คุณจิตติมา จำรัสฉาย เกษตรกรวัย 42 ปี อยู่ซอยบางพลับสาม ถนนราชพฤกษ์ ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า เดิมตนเป็นคนจังหวัดอุตรดิตถ์และได้ย้ายรกรากมาตั้งถิ่นฐานที่จังหวัด นนทบุรีได้ประมาณ 20 ปี โดยได้มาเช่าแผงซ่อมโทรศัพท์มือถือและขายของเล็กๆ น้อยๆ จนกระทั่งเก็บหอมรอมริบได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ก็ได้ไปซื้อที่ดินทิ้งไว้จำนวน 4 ไร่ ซื้อแล้วไม่ได้ทำอะไร แต่ตนเองก็ยังคงประกอบอาชีพขายของและซ่อมโทรศัพท์เหมือนเดิม

ต่อมาทางญาติตนเองได้ป่วยไปโรงพยาบาล ตรวจพบว่า เป็นโรคภูมิแพ้เม็ดเลือดขาวต่ำ ไม่มีแรง ซูบผอม ต้องอาศัยพ่นยาอยู่ตลอดเวลา ต่อมาได้รับคำแนะนำจากเพื่อนบ้านให้ไปซื้อนมแพะมาดื่ม ก็เลยลองไปซื้อมาให้ญาติดื่มดู ปรากฏว่าอาการกลับดีขึ้น ร่างกายที่ซูบผอมก็กลับดีขึ้นด้วย และเมื่อกลับไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งปรากฏว่าเม็ดเลือดขาวปกติ และโรคดังกล่าวหาย

ต่อมาคุณจิตติมาจึงศึกษาการเลี้ยงแพะ โดยได้เดินทางไปดูตามงาน ตามฟาร์มต่างๆ จากนั้นจึงคิดที่จะเลี้ยงแพะดู ก็เลยตัดสินใจลงทุนปลูกโรงเลี้ยงแพะขึ้นมาในบริเวณที่ดินที่ตนซื้อทิ้งไว้ จำนวน 4 ไร่

โดยการสั่งแพะพันธุ์ซาแนนเข้ามาเลี้ยง จำนวน 10 คู่ ต่อมาเมื่อกิจการเริ่มดีขึ้นก็ขยายปลูกโรงเลี้ยงขึ้นอีก จำนวน 1 โรงเลี้ยง โดยการรีดนมขายและส่งตามบ้านใกล้เคียง

หลังจากทำอาชีพนี้มาได้ 1 ปี มองดูการตลาดยังต้องไปได้อีกไกล จึงสั่งพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์เข้ามาอีก 10 คู่

หลัง จากนั้น ก็เริ่มหันมาจับอาชีพการเลี้ยงแพะอย่างจริงจัง โดยตั้งเป็นฟาร์มเลย ชื่อ “จิตติมาฟาร์ม” ซึ่งเปิดทำธุรกิจนี้มาได้ประมาณ 3 เดือน

“ในตอนนี้ที่ฟาร์มของเรา เริ่มจำหน่ายทั้งแพะนมและแพะเนื้อ เกษตรกรรายใดที่ต้องการนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมทำได้ ส่วนการเลี้ยงแพะนั้นการลงทุนไม่สูงมากนัก เพราะอาหารที่ให้ก็มีแต่เพียงหญ้าแห้ง หญ้าสด ส่วนวิตามินบำรุง ข้าวโพดและกากถั่วเหลือง การจำหน่ายพันธุ์แพะนมและพันธุ์แพะเนื้อ อายุ 5-6 เดือน อดนมแล้ว จะขายอยู่ที่ตัวละ 5,000 บาท ดูลักษณะและความแข็งแรง รูปทรง และความสมบูรณ์”

คุณจิตติมา บอกและกล่าวอีกว่า

“ทางฟาร์มของเรานั้นเคยนำแพะเข้าประกวดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับรางวัลที่ 1 ในประเภทของแพะนมพันธุ์ซาแนน เพศเมีย ฟันยังไม่ผลัด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2550 และยังได้จัดส่งเข้าประกวดตามโครงการพัฒนาสายพันธุ์ที่งานเกษตรแฟร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทตัวผู้พันธุ์แท้ ไม่เกิน 1 คู่ แต่ทุกวันนี้ทางจิตติมาฟาร์มเน้นการรีดนมจำหน่าย เพราะว่ามีลูกค้าสั่งจองเข้ามามากมาย ตอนนี้ผลิตไม่ทัน”

เจ้าของฟาร์มบอกว่า ในอนาคตจะจัดซื้ออุปกรณ์ที่ทันสมัยในการรีดนม เพื่อให้ทันความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งหันมาดื่มนมแพะกันเป็นจำนวนมาก ในตอนนี้ทางคุณจิตติมากำลังจะตั้งแบรนด์เนมและบรรจุภัณฑ์ เพื่อจะผลิตนมแพะออกสู่ท้องตลาดในวงกว้างอีกต่อไป

ส่วนท่านใดต้อง การการเรียนรู้การเลี้ยงแพะ และต้องการพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แพะนมและเนื้อ ติดต่อได้ที่ จิตติมาฟาร์ม โทรศัพท์ (086) 060-8432, (081) 076-6667

กำพล วงศ์สุทธา
วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 21 ฉบับที่ 444