เมื่อปีที่ผ่านมา สถานการณ์ปุ๋ยเคมีมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก จนทำให้เกษตรกรเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เพราะต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การที่ปุ๋ยเคมีแพงขึ้นครั้งนั้นไม่ได้นับเป็นวิกฤติแค่อย่างเดียว เพราะนี่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยให้เกษตรกรตระหนักถึงการใช้ปุ๋ยเคมี อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น รวมถึงมีการใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมมือกันจัดทำโปรแกรมเพื่อให้คำแนะนำในการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพ แก่เกษตรกร โดยเน้นการใช้ปุ๋ยให้ถูกต้องเหมาะสมกับดินและพืชที่ปลูก เพื่อเป็นการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยและคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป

นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ผลจากการร่วมมือกันจึงได้มีการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 2 โปรแกรม คือโปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืช และ โปรแกรม คำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง ซึ่งโปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืช เป็นคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการเลือกใช้ปุ๋ยเคมีให้ถูกต้องสอดรับกับข้อมูลผล การวิเคราะห์ดินที่กรมพัฒนาที่ดินได้เคยมีการสำรวจวิเคราะห์ดินมาก่อนแล้ว เป็นประโยชน์สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่เคยมีการ วิเคราะห์ดินในแปลงของตนเอง โปรแกรมนี้ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงจนถึงปัจจุบันรวม 3 รุ่น ล่าสุด คือ รุ่น 1.2 (เวอร์ชั่น 1.2) สามารถใช้เรียกดูข้อมูลแผนที่ดิน และแผนที่ภูมิประเทศของทุกตำบลได้พร้อมข้อมูลความรู้ด้านลักษณะดิน และคำแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมีตามผลวิเคราะห์ธาตุอาหารที่มีอยู่ในดิน สำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา โปรแกรมนี้ได้พัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมแจกจ่ายได้ทั่วประเทศ

ส่วนโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง เป็นโปรแกรมที่ให้คำแนะนำการเลือกใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินของแปลง เกษตรกร เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ทราบค่าข้อมูลผลการวิเคราะห์ดินในแปลงของตนเอง ซึ่งเป็นผลการวิเคราะห์ดินที่ตรวจวัดได้จากเครื่องมือวิเคราะห์ดินขนาดเล็ก หรือผลการวิเคราะห์ดินจากห้องปฏิบัติการของหน่วยราชการต่าง ๆ โปรแกรมนี้ได้พัฒนาให้ใช้งานง่ายขึ้น เพิ่มข้อมูลของสูตรปุ๋ยที่มีในท้องตลาดให้มากขึ้น และแนะนำวิธีการผสมปุ๋ยจากแม่ปุ๋ยไว้ใช้เอง

สำหรับการใช้โปรแกรมทั้ง 2 นี้ ได้จัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไปขยายผลในหน่วยงานของตนและถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกร รวมทั้งได้จัดวิทยากรเดินสายนำร่องเพื่ออบรมเจ้าหน้าที่ของรัฐและเกษตรกรใน จังหวัดต่าง ๆ พร้อมทั้งแจกโปรแกรม และติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวไว้ที่องค์การบริหารส่วนตำบล โรงปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน และจัดทำโปสเตอร์ แผนที่ดินไทยและธาตุอาหารพืชพร้อมคู่มือ แนะนำการใช้ ติดไว้ที่ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง 800 ศูนย์ทั่วประเทศ

โปรแกรมทั้ง 2 โปรแกรม จะช่วยให้เกษตรกรทราบว่าที่ดินเป็นกลุ่มชุดดินใด ลักษณะดินเป็นอย่างไร พร้อมทั้งให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ซึ่งทั้ง 4 หน่วยงานได้ติดตามและประเมินผลการใช้โปรแกรมตลอดเวลา เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงให้สามารถสนองความต้องการของเกษตรกรมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ภายในปีนี้ จะจัดทำคำแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเหมาะสมสำหรับไม้ผลที่สำคัญ ๆ ก่อนจะขยายสู่พืชอื่นตามลำดับ ดังนั้น เกษตรกรที่สนใจสามารถปรึกษากับหน่วยงานของ กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ทุกจังหวัด.

dailynews