การเลี้ยงตุ๊กแก ,ตุ๊กแก
ข่าว การรับซื้อ “ตุ๊กแก” ตัวเป็นๆที่สนนราคาเรือนแสน เพื่อไปเป็นส่วนประกอบการทำยารักษาโรคร้าย ได้สร้างความฮือฮา โดยที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันว่าไทยเรามีการส่งออกในรูป “ตากแห้ง” ไปยัง “แดนมังกร” ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเลเซีย เพื่อทำเมนู “เปิบ” ซึ่งทางกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยกับ “หลายชีวิต” ว่า แต่ละปีมีการส่งออกนับหลายแสนตัว การ “โกอินเตอร์” ดังกล่าว ทำให้หลายคนกริ่งเกรงว่าพวกมันจะสูญพันธุ์ไปจากผนังบ้านเรือน
ฉะนี้ ทางกรมอุทยานฯจึงคิดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงนำร่อง ที่จังหวัดสมุทรสงคราม “ว่ากันไป…”แม้จะมีรูปร่างที่น่าขยะแขยง เป็นที่รังเกียจของบรรดาสาวๆ และหนุ่มบางรายก็ตาม “ตุ๊กแก” หรือ “ไอ้ตีนกาว” อย่างที่หลายคนเรียกขานในยามนี้ มันกลับมีค่าตัวที่แพงลิบลิ่ว ดังนั้น เรามาเรียนรู้วงจรชีวิตความเป็นอยู่ของพวกมันกันดีกว่า
“ตุ๊กแกบ้าน” (Gekko gecko) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า กาบก่าย มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยและกระจายอยู่ในประเทศอินเดียตอนเหนือ จีนตอนใต้ ลาว เขมร มาเลเซีย อีกทั้งมีการนำเข้าไปขยายพันธุ์ในรัฐฮาวาย ฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา บางเกาะในทะเลแคริเบียน โดยบริเวณที่มันชอบอยู่อาศัยจะเป็นบริเวณพื้นที่แถบป่าไม้ ตามบ้านเรือนที่เป็นมุมมืดปราศจากการรบกวน ในบางครั้งยามที่แดดอ่อนก็จะออกมารับแสงบ้าง กระทั่งบางคนบอกว่า พวกมันเป็นสัตว์ที่ อาบแดดกลางวัน อาบแสงจันทร์กลางคืน…

ตุ๊กแกที่โตเต็มวัย.
…แล้วเมื่อฟ้าสลัวพลบค่ำ จึงออกมาเกาะผนังเฝ้า “รอคอย” จับเหยื่ออย่างพวกแมลงต่างๆ อาทิ แมลงเม่า อันเป็นเมนูสุดโปรด แมลงสาบ ตั๊กแตน จิ้งหรีด ด้วง มอด มด ผีเสื้อ หนอน แมงป่อง ตะขาบ หนู ที่ส่วนใหญ่เป็นสัตว์จำพวกแมลงศัตรูพืชเป็นอาหารขณะยังมีชีวิต รวมทั้ง “คราบ” ที่ลอกของมันเอง…
ลักษณะลำตัวของ “ไอ้ตีนกาว” โดยทั่วๆไปจะเป็นรูปทรงกระบอก ค่อน ข้างแบน หัวมีขนาดใหญ่กว่าลำตัว ดวงตากลมโปน ม่านตาปิดเปิดแนวตั้ง เปลือกตาเชื่อมกันและโปร่งแสง ผิวหนังสีเทาแกมฟ้า มีจุดสีส้ม เทาและขาวกระจายตลอดทั้งตัว สีผิวจะจางหรือเข้มนั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ทั่วทั้งตัวมีเกล็ดเป็นตุ่มลักษณะนุ่มมือเมื่อสัมผัส
ใต้นิ้วเท้า แต่ละนิ้วมีแผ่นบางๆเรียงซ้อนกัน แต่ละแผ่นมี setae ซึ่งเป็นเซลล์ขนาดเล็กทำหน้าที่ยึดติดพื้นผิวเรียบ บริเวณปลายนิ้วจะมีเล็บช่วยเกาะเกี่ยวในการปีนป่าย ในวัยเล็กหางจะมีแถบสีฟ้าสลับขาว โตเต็มที่ตัวผู้นอกจากขนาดลำตัวยาวกว่าแล้ว โคนหางจะอวบและใหญ่กว่าตัวเมีย โดยมันจะใช้อวัยวะส่วนนี้เคาะพื้นผนังเพื่อสร้างอาณาเขต อีกทั้งส่งสัญญาณบอกพวกพ้องเมื่ออยู่ในภาวะคับขัน
…และยังสามารถ สลัดให้หลุดเพื่อหลอกศัตรูตัวฉกาจอย่าง “เหมียว” ให้หลงกลได้อีกด้วย หากมันมีชีวิตรอดเพียง 3 สัปดาห์ ปลายหางก็จะงอกขึ้นมาใหม่แต่ไม่ดูดีดังเดิม…
ส่วนการขยายเผ่าพันธุ์ โดยปกติจะเป็นช่วงฤดูหนาว ซึ่ง ตัวผู้จะส่งเสียงร้อง “ตุ๊ก–แก” เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม หลังเสร็จสิ้นภารกิจตัวเมียจะหาที่วางไข่ (บริเวณเดียวกันได้หลายแม่) ลักษณะเปลือกไข่จะหนาติดเกาะแน่นกับผนัง รูปร่างรี สีขาว ปริมาณ 1-2 ฟอง/ครั้ง โดยใช้เวลาวางไข่ ประมาณ 4-5 เดือน
ช่วง นี้ทั้งคู่มีนิสัยค่อนข้างดุ ออกหากินไม่ห่างจากพื้นที่ แล้วอีก 60-200 วัน ตัวอ่อนจะออกมาสู่โลกภาย นอก ช่วงนี้จะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว กระทั่งอายุได้ 1 ปี จึงเริ่มออกสร้างอาณาเขตแล้วเข้าสู่วงจรขยายเผ่าพันธุ์อีกครั้ง
แม้ ว่าการใช้ชีวิตโดย รวมของพวกมันจะไม่ค่อยเป็นอันตรายต่อมนุษย์ อีกทั้งยังมีประโยชน์ช่วยควบคุมแมลงศัตรูพืช แต่ ด้วยลวดลายสีสันบนตัว บวกกับน้ำเสียงที่เวลาร้องประหนึ่งว่ากำลังเล่นลูกคอ หลายคนจึงไม่ค่อยพิสมัยในตัวมันนัก!…
เพ็ญพิชญา เตียว
![]()




Leave a Reply